. . . ถึงเวลาหน้าฝน
เทวดานางฟ้าพากันออกมา จับระบำรำฟ้อน ซึ่งนางเมฆขลาที่อยู่ในวิมานแก้ว
มีหน้าที่รักษาท้องทะเล ช่วยเหลือผู้มีบุญให้พ้นจากภัยในทะเล
นางก็มาจับระบำรำฟ้อนด้วย นางถือดวงแก้วไว้ในมือ
. . .ส่วนยักษ์รามสูร อาศัยอยู่ในหมู่เมฆ มีศรและขวานเพชรเป็นอาวุธ
เห็นดวงแก้วนางเมฆขลา ก็อยากได้ จึงแกว่งขวามเพชร ไล่แย่งดวงมณี
นางเมฆขลาก็แกล้งถือดวงแก้วหลอกล่อ พอดีพระอรชุนเหาะผ่านมา เห็นรามสูรกำเริบ
ไล่แย่งชิงอย่างนั้นก็โกรธ จึงเกิดรบกัน รามสูรจับพระอรชุน ฟาดกับเหลี่ยมเขาพระสุเมรุ
พระอรชุนตาย และเขาพระสุเมรุก็เอียงทรุดไป พระอิศวรจึงประกาศให้เทวดา
และผู้มีฤทธิ์ทั้งหลายมาช่วยกันดึง ภูเขาพระสุเมรุให้ตั้งตรง
แต่ไม่มีใครสามารถทำได้ สุครีพฉลาด จึงให้บรรดาพญานาค เอาลำตัวพันภูเขาไว้
แล้วขณะที่ให้เทวดาฤาษีวิทยาธร ช่วยกันฉุดลำตัวนาคดึงภูเขานั้น
สุครีพก็จี้ที่สะดือพญานาคทั้งหลาย ทำให้สะดุ้งสุดตัวและขดหางโดยแรง
ภูเขาจึงยกขึ้น พระยากากาศ ก็ช่วยเอาบ่าดันอีกแรง ภูเขาพระสุเมรุจึงตั้งตรงตามเดิม
. . .พระอิศวร จึงตั้งให้พระยากากาศ เป็นพระยาพาลีธิราช ประทาน
ตรีเพชรให้เป็นอาวุธ และ ประทานพรว่า ให้ศัตรูที่พาลีต่อสู้
ลดกำลังไปครึ่งหนึ่ง แล้วไปเพิ่มกำลังนั้น ในตัวพาลีทุกครั้ง
และให้ศัตรูแพ้ พาลีทุกคนทุกครั้ง ในการรบด้วย และยังได้ประทานผอบ
ซึ่งมีนางดาราอยู่ภายในฝากไปให้รางวัลสุครีพด้วย
|