. . . ส่วนนางกาลอัจนา
ก็โกรธนางสวาหะที่ไม่รู้คุณแม่ จึงสาปให้ไปยืนตีนเดียวมือเหนี่ยวต้นไม้
และอ้าปากกินลมอยู่ในป่า จนกว่าเมื่อไรออกลูกเป็นลิงจึงจะพ้นคำสาป
แล้วนางกาลอัจนาก็กลายเป็นศิลา ส่วนลูกสาวก็ไปยืนตีนเดียว อยู่ในป่าเชิงเขาจักรวาล
อ้าปากกินลม และมือเหนี่ยวกิ่งไม่ไว้
. . . ฝ่ายพระอินทร์กับพระอาทิตย์ เล็งเห็นเหตุการณ์ดุเดือดนี้
ก็สงสารพระโอรส จึงมาเนรมิตเมืองให้อยู่ และตั้งโอรสพระอินทร์
เป็นพระยากากาศ เจ้าเมืองขีดขิน แล้วตั้งโอรสพระอาทิตย์ เป็นอุปราชเมืองขีดขิน
ชื่อสุครีพ พร้อมกับสั่งสอนวิชาและคาถาวิเศษให้ด้วย ต่อมา พระยากากาศ
ได้เพื่อนรัก เป็นท้าวมหาชมภ ูเจ้าเมืองชมภูอยู่ทางเหนือของเมืองขีดขิน
ท้าวชมภูมีมเหสี ชื่อนางแก้วอุดร แต่ไม่มีโอรสธิดา ท่านท้าวมีฤทธิ์มาก
ไม่ยอมไหว้นับถือใคร นอกจากพระอิศวร กับพระนารายณ์ พระอิศวรจึงเมตตา
และประทานวานรลูกชายของพระกาล คือ นิลพัท มาให้ท้าวชมภูเลี้ยง
เป็นหลาน เพื่อช่วยเหลือกิจการบ้านเมือง แล้วเมื่อ พระอิศวรทรงเห็น
นางสวาหะทนทุกข์ทรมาน เช่นนั้น ก็ทรง แบ่งกำลังให้พระพาย พัดพากำลัง
ของพระองค์และเทพอาวุธรวม 3 อย่าง ไปซัดเข้าปากนางสวาหะ ให้เกิดบุตรเป็นลิงเก่งกล้า
มีคทาเพชรเป็นสันหลัง ตลอดหางเพื่อให้เหาะได้ ให้ตรีเพชรเป็นกาย
เป็นมือเป็นเท้า ให้จักรแก้วเป็นศรีษะ ทั้งหมด รวมกันเป็นกายวานร
ผู้แกล้วกล้า และถ้าจะรบกับข้าศึก ก็ให้ชัก ตรีเพชรออกมาจากอก
ได้ทันทีและใช้รบได้ชนะตลอดกาล แล้วพระอิศวรสั่งพระพายอีกว่า
|