
.
. . ดังนั้นหนุมานจึงเนรมิตกายใหญ่โต เท่าภูเขาจักรวาล แล้วปกป้องรักษาพลับพลาพระรามไว้ในปาก
พิเภกกับพระลักษณ์ นั่งเฝ้าพระราม และมีเวรยามอยู่พร้อม ไมยราพต้องแปลงเป็นลิง
จึงเล็ดลอดเข้ามาได้ และสืบรู้ว่าอรุณรุ่งเมื่อไร จึงจะเลิกเวรยาม
ไมยราพจึงกลับออกไป แผลงฤทธิ์แกว่งกล่องแก้วโกมินทร์ เป็นแสงสว่าง
เหมือนดาวประกายพฤกษ์ยามอรุณ พวกทหารวานรเห็นดาวประกายพฤกษ์ก็นึกว่า
รุ่งอรุณแล้ว จึงเลิกเวรยาม
. . แล้วไมยราพ ก็เอายาสะกดให้หลับ ใส่กล่องแก้วเป่าร่ายมนต์
สะกดทัพพระราม หลับสนิทไปหมด รวมทั้งหนุมาน จากนั้นพระยายักษ์ก็เดินเข้าปากหนุมานอุ้มพระรามไปขังไว้ในกรงเหล็กกลางดงตาลท้ายเมือง
และสั่งให้นางพิรากวนตักน้ำใส่กะทะใหญ่หน้าพระลานให้เต็ม เพื่อจะได้ต้มพระรามกับไวยวิกในวันรุ่งขึ้น
เมื่อมนต์สะกดเสื่อม หนุมานเห็นพระรามหายไปก็ตามไปในหนทางที่พิเภกบอกให้
และลงไปเมืองบาดาลได้โดยหักก้านดอกบัวใหญ่เก่ากงรถแล้วลอดลงไปตามก้านบัว
ผ่านด่านอันตรายหลายด่านรวมทั้งยุงยักษ์ จึงมาพบมัจฉานุรักษาเขตเมืองอยู่ที่สระบัวใหญ่หมื่นวา
ก็รบกันใหญ่ แต่หนุมานเห็นหน้าตาเหมือนกันก็ถามไถ่
"เราชื่อมัจฉานุ เป็นลูกนางสุพรรณมัจฉา พ่อจริงชื่อหนุมาน
พ่อบุญธรรมชื่อไมยราพ เจ้าเมืองนี้และให้เรารักษาเขตแดนอยู่ที่นี่"
. . หนุมานรู้ว่าลูกก็ดีใจ จึงแผลงฤทธิ์เหาะไปหาวเป็นดาวเป็นเดือนให้ดู
และ ถามทางเข้าไป ถึงวังไมยราพ มัจฉานุมีกตัญญูดีจึงบอกเพียงว่า
"พ่อมาทางอย่างไหนทางอย่างนั้นก็มีอีกจ้ะ" หนุมานฉลาดคิดได้
ก็หักก้านบัวใหญ่ในสระนั้น แล้วลอดลงไป
. . .พอถึงสระใกล้วังก็ร่ายมนต์กำบังตัวแอบอย ู่พอดีนางพิรากวนมาตักน้ำ
และรำพึงเรื่องไวยวิกจะโดนต้มพร้อมพระราม หนุมานมาได้ยินก็ปลอบ
ถามที่ขังพระราม และสัญญาว่าจะช่วยนางและช่วยไวยวิก ให้ได้ครองเมืองบาดาลนางจึงบอกให้และเตือนว่า
"แม้ท่านตัวเท่าแมลง ก็เข้าไปที่ขังพระรามไม่ได้เพราะมียักษ์เฝ้าอยู่หนึ่งโกฏิตน"
. . .หนุมานก็แปลงเป็นใยบัวติดชายสะไบนางไป แล้วนางพิรากวนตักน้ำใส่กระออม
กระเดียดมาที่ประตูใหญ่ทางเข้า นายประตูจับนางพร้อมกระออมน้ำขึ้นชั่งน้ำหนักเหมือนเคย
เพื่อป้องกันสิ่งแปลกปลอม น้ำหนักหนุมานทำให้คันชั่งหัก แม้จะแปลงเป็นใยบัว
แต่น้ำหนักมีเท่าเดิมเพราะแปลงได้แต่รูปกาย
"เอ๊ะ ทำไมเป็นยังงี้"