. . . ท้าวทศรถก็ยอมยกเมืองให้พระพรต
แล้วก็ทรงเสียพระทัยอาลัยพระรามซึ่งไปบวชเป็นฤาษีในป่า พร้อมนางสีดาและพระลักษณ์ซึ่งอ้อนวอนตามเสด็จด้วยจงรักภักดี
ในที่สุดท้าวทศรถก็สวรรคต เพราะความเสียพระทัยอาลัยรักพระราม
. . . เมื่อพระรามกับพระลักษณ์ เดินทางออกมานั้นสุมันตันมหาเสนาผู้จงรักได้ยกไพร่พลตามมาด้วย
โดยตั้งใจจะตามไปรับใช้ทุกหนทุกแห่งแต่พระรามไม่ประสงค์ให้เป็นภาระแก่ใคร
จึงพาคณะหลบหนีสุมันตันไปในยามดึก และเดินทางไปแม่น้ำสะโดงก็ต้องหยุดก่อนเพราะไม่มีเรือแพข้ามไป
. . . มีพรานป่าชื่อกุขัน เป็นหัวหน้าบริวารพรานจำนวนห้าโกฏิ
มีใจคอดุร้ายกาจ ได้มาเจอพระรามนางสีดา และพระลักษณ์ก็เกิดเคารพกลัวเกรง
เพราะบุญบารมีของพระองค์ จึงฝากตัวเป็นข้าบาท และช่วยจัดเรือพาทั้งสามพระองค์ข้ามแม่น้ำไปพระรามเสด็จไปจนถึงภูเขาสัตกูฎ
และเข้าพักที่อาศรมซึ่งเทพยดาเนรมิตไว้ถวายที่ด้านหลังเขา
. . . กล่าวถึงพระสัตรุ ที่อยู่เมืองไกยเกษเมื่อทราบข่าวทางอยุธยาเช่นนั้นก็เดินทางมา
และเคืองแค้นพระมารดาถึงกับบวชเป็นฤาษีทั้งสองพระองค์ หลังจากเสด็จไปตามพระรามให้กลับมา
พระมารดาทั้งสามพระองค์ก็ตามไปอ้อนวอนด้วย โดยเฉพาะนางไกยเกษีรู้สึกผิดซึ้งแล้ว
และนางกุจจีก็มาสารภาพผิด แต่พระรามถือสัตย์ที่ถวายพระบิดาไว้
จึงขอให้ทั้งหมดกลับไปบ้านเมืองก่อนครบ 14 ปีเมื่อไร พระองค์จึงเสด็จกลับพระพรตกับพระสัตรุขออยู่ด้วย
แต่พระรามขอร้องให้กลับไปรักษาบ้านเมืองไว้ อนุชาทั้งสองจึงตั้งสัตย์ว่าถ้าครบ
14 ปีแล้วพระรามไม่ยอมกลับก็จะเผาตัวตาย ต่างฝ่ายต่างโศกเศร้าเสียใจจนเทพยดาเกรงจะพากันตาย
จึงตรัสว่า
|