 |
| |
นางสำมนักขา, สุพรรณมัจฉา, นางเบญกาย |
|
| นางสำมนักขา
เป็นยักษ์ กายสีเขียว เป็นน้องร่วมมารดาคนสุดท้องของทศกัณฐ์ สามีชื่อชิวหา
ต่อมาชิวหาถูกทศกัณฐ์ขว้างจักรตัดลิ้นขาดถึงแก่ความตาย นางสำมนักขาจึงเป็นม่าย
มีความว้าเหว่ออกท่องเที่ยวไปจนได้พบพระราม นางเห็นพระรามรูปงามก็นึกรักอยากได้ไปเป็นคู่ครอง
ถึงกับตบตีนางสีดาดวยความหึงหวงจึงถูกพระลักษมณ์ตัดหู จมูก มือและเท้าแล้วไล่ไปนางสำมนักขากลับไปฟ้องพี่ชาย
คือ ทูษณ์ ขร และตรีเศียร ว่าถูกพระรามข่มเหง แต่ยักษ์ทั้ง 3 ตน
ก็ถูกพระรามสังหาร นางสำมนักขาจึงไปหาทศกัณฐ์ ชมโฉมนางสีดาให้ฟัง
จนทศกัณฐ์นึกอยากได้เป็นชายา จนกระทั่งไปลักพานางสีดามา |
 |
 |
สุพรรณมัจฉา เป็นลูกของทศกัณฐ์กับนางปลา
รูปร่างท่อนบนของนางจึงเป็นมนุษย์ ส่วนท่อนล่างเป็นปลา เมื่อพระรามสั่งหนุมานให้พาบริวารลิงขนหินมาถมสมุทร
เพื่อทำถนนข้ามไปกรุงลงกาทศกัณฐ์ก็สั่งให้นางสุพรรณมัจฉากับพวกปลาทั้งหลาย
ช่วยกันขนหินไปทิ้ง หนุมานมีความสงสัยดำน้ำลงไปดูจึงพบนางสุพรรณมัจฉา
ทั้งสองมีความรักต่อกัน นางจึงยอมเป็นภรรยาของหนุมาน ต่อมานางสุพรรมัจฉาตั้งครรภ์และคลอดบุตรชายชื่อมัจฉานุ |
| นางเบญกาย เป็นธิดาของพิเภกกับนางตรีชฎา
ทศกัณฐ์ได้ใช้ให้นางเบญกายแปลงเป็นสีดาลอยน้ำมาเพื่อลวงให้พระรามเลิกทัพกลับไป
พระรามลงสรงน้ำเห็นศพลอยมาติดท่าน้ำคิดว่านางสีดาตายจริง ๆ ก็เสียพระทัย
แต่หนุมานสงสัย ทูลขออนุญาตนำศพขึ้นมาเผาไฟ นางเบญกายทนความร้อนไม่ไหวจึงเหาะหนีไป
หนุมานตามไปจับตัวมาถวายพระรามได้ พระรามเห็นแก่พิเภกจึงให้หนุมานพานางไปส่งที่กรุงลงกา
ระหว่างทางหนุมานพูดจาเกี้ยวพาราสีจนได้นางเบญกายเป็นภรรยา เวลาต่อมาหลังจากเสร็จศึกแล้วนางมีบุตรชายกับหนุมานชื่ออสุรผัด
|
 |
|
 |
|
 |